>

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

ทีมชาติไทยสร้างสถิติใหม่หลังเข้ารอบน็อคเอ้าท์เอเชียนคัพ

ทีมชาติไทยสร้างสถิติใหม่หลังเข้ารอบน็อคเอ้าท์เอเชียนคัพ



"แข้งช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การกุมบังเหียนของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพชั่วคราว สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก "เอเชียนคัพ 2019" รอบสุดท้าย ที่ยูเออี ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี หลังครั้งล่าสุดที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ต้องย้อนไปในปี 1972 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพนั่นเอง

 โดยผลงานในรอบแบ่งกลุ่มมา 3 นัด หากไม่นับเกมแรกกับกุนซือคนเก่าอย่าง มิโลวา ราเยวัช ที่พาทีมพ่ายแพ้ อินเดีย 1-4 เมื่อวันที่ 6 ม.ค.62 ที่ผ่านมา ทีมชาติไทย สามารถสร้างสถิติใหม่เอาไว้อย่างมากมายใน 2 เกมล่าสุดทั้งกับ บาห์เรน และเจ้าภาพยูเออี

     สถิติใหม่อย่างแรกสามารถเอาชนะ บาห์เรน 1-0 จากการทำประตูชัยของ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นการเก็บชัยชนะได้ครั้งแรกในดินแดนอาหรับรอบ 30 ปีได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทัพ "ช้างศึก" ลงเล่นในแดนอาหรับ มาทั้งหมด 15 นัด , เสมอ 5 นัด แพ้ไปถึง 9 นัด และเอาชนะได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 


   นอกจากนี้ในเกมเอาชนะ บาห์เรน 1-0 ยังเป็นการเก็บคลีนชีตได้หนแรกในรอบ 12 ปีอีกด้วย หลังเกมล่าสุดที่ทำได้เกิดขึ้นใน "เอเชียนคัพ 2007" ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วม เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2550 โดยเกมดังกล่าว ไทย ชนะ โอมาน 2-0 ได้ประตูจาก พิพัฒน์ ต้นกันยา ทั้งสองลูก

     ส่วนสถิติอีกหนึ่งอย่างในการที่ไทย ชนะ บาห์เรน 1-0 ที่ได้ถูกบันทึกไว้ในเกมอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ทั้งหมด 7 ครั้ง เป็น บาห์เรน ที่ทำได้ดีกว่า ชนะ 2 ครั้ง และเสมอ 4 ครั้ง ส่วน ไทย เอาชนะแค่ครั้งเดียวเป็นเวลาเกือบ 39 ปีเต็ม ก่อนจะถูก ชนาธิป สรงกระสินธ์ สังหารให้ไทย ล้มบาห์เรน ในรอบ 39 ปีได้สำเร็จ ต่อจากเกมเมื่อปี 1980 ในศึกฟุตบอลรายการพิเศษ "เพรสซิเดนท์  คัพ" ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งประตูชัยที่เอาชนะ บาห์เรน 1-0 เกิดขึ้นจาก มาด๊าด ทองท้วม อดีตตำนานปีกขวาของทีมชาติไทย ในยุค "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นั่นเอง

    ทั้งนี้แม้ว่า ไทย จะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะเหนือยูเออี ในยามไปเยือนได้ แต่ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี แต่ทว่าครั้งล่าสุดที่ไทยผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ในปี 1972 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ขณะนั้นมีทีมเข้าร่วมเพียงแค่ 6 ทีมเท่านั้นได้แก่ ไทย (เจ้าภาพ) , เกาหลีใต้ , อิหร่าน , อิรัก , คูเวต และกัมพูชา โดย อิหร่าน คว้าแชมป์ในครั้งนั้น ส่วน ไทย คว้าอันดับที่ 3 ไปครอง

    สำหรับทัพ "ช้างศึก" ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม เอ โดยจะเข้าไปพบกับ อันดับ 2 ของกลุ่ม ซี (เกาหลีใต้ หรือ จีน) ในวันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค.62 ที่สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดี้ยม , อัล ไอน์ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย




ไม่มีความคิดเห็น: